จุลินทรีย์กำจัดกลิ่นเหม็น ไขมัน ขจัดกลิ่นเหม็น กลิ่นอับ เกิดขึ้นได้หลายปัจจัย

News in Asia

จุลินทรีย์กำจัดกลิ่นเหม็น ไขมัน ขจัดกลิ่นเหม็น กลิ่นอับ เกิดขึ้นได้หลายปัจจัย

จุลินทรีย์กำจัดกลิ่นเหม็น ไขมัน ขจัดกลิ่นเหม็น กลิ่นอับ เกิดขึ้นได้หลายปัจจัย ทั้งจากสิ่งที่เรานำเข้ามาไว้ภายในห้อง โดยเฉพาะอาหารนานาชนิด หรือจะเป็นกลิ่นบุหรี่ กลิ่นห้องน้ำ รองเท้ามหาภัย รวมไปถึงตู้เย็น ไมโครเวฟ และกลิ่นอับตามตู้เสื้อผ้าต่างๆ หรือกลิ่นที่เกิดขึ้นพร้อมกับความชื้นของห้องด้วย

1. เปิดหน้าต่าง. อากาศบริสุทธิ์เป็นหนึ่งในตัวช่วยที่ดีที่สุดในการขจัดกลิ่นเหม็นอับภายในบ้าน เพราะกลิ่นเหม็นนั้นจะถูกพัดออกไปทางหน้าต่าง และอากาศที่สดชื่นก็จะเข้ามาแทน ควรเปิดหน้าต่างไว้บ้างในฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง ถ้าจะให้มีลมพัด ให้เปิดหน้าต่างบานที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน
ในฤดูหนาว ถ้าเปิดหน้าต่างทิ้งไว้นานไม่ได้ก็ให้เปิดสักนาทีเพื่อให้อากาศบริสุทธิ์เข้ามาก็พอ

2. เปิดพัดลมให้อากาศถ่ายเทและให้อากาศบริสุทธิ์ไหลเวียนสะดวก. พัดลมสามารถทำให้อากาศบริสุทธิ์สดชื่นได้ดียิ่งขึ้น เวลาคุณเปิดหน้าต่าง ให้เปิดพัดลมเพดานหรือพัดลมตั้งพื้นในบ้านด้วย เพื่อเป็นการช่วยให้มีลมมากขึ้นและอากาศจะได้ถ่ายเท

3. ให้แสงแดดส่องเข้ามาในบ้าน. ในแสงแดดมีรังสีอัลตราไวโอเลตซึ่งสามารถฆ่าเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดกลิ่นได้ ไม่ว่าจะฤดูไหน ควรเปิดม่านในวันที่มีแดดและให้รังสียูวีเข้ามาในบ้านบ้าง
แสงแดดสามารถกำจัดกลิ่นบนพรม เฟอร์นิเจอร์ ที่นอนสัตว์เลี้ยง หมอน เบาะ และของใช้ในบ้านอื่นๆ ได้ดี

4. ใช้ผงฟู. ผงฟูเป็นสารขจัดกลิ่นที่นิยมใช้กันมากที่สุดอย่างหนึ่ง เนื่องจากมีราคาถูกและใช้ได้ผลดี วิธีใช้ผงฟูดูดกลิ่นคือให้โรยผงฟูลงในถ้วยเล็กๆ สักสองสามถ้วย แล้วนำไปวางตามจุดต่างๆ ในบ้าน ผงฟูจะดูดกลิ่นเหม็นภายในห้องให้หายไป
ถ้าอยากขจัดกลิ่นของใช้ต่างๆ ในบ้าน ให้โรยผงฟูลงไปบนของนั้นๆ เช่น พรม เฟอร์นิเจอร์ ที่นอน และของใช้อื่นๆ ที่เป็นแหล่งสะสมกลิ่น โรยผงฟูทิ้งไว้ 30 นาที แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออก

5. ลองใช้น้ำส้มสายชูดูดกลิ่น. น้ำส้มสายชูก็ขจัดกลิ่นได้ดี สามารถใช้ดูดกลิ่นเหม็นในบ้านได้ เทน้ำส้มสายชูใส่ถ้วยเล็กๆ แล้วเอาไปวางตามบริเวณต่างๆ ในบ้านที่มีกลิ่นเหม็น เช่น
– ห้องใต้ดินที่เหม็นอับ
– ห้องน้ำ
– ห้องครัว
– ห้องนอน

6. ขจัดกลิ่นด้วยถ่าน. ถ่านเป็นตัวดูดกลิ่นชั้นเยี่ยมที่สามารถใช้ได้กับทุกๆ ห้องและเครื่องใช้ต่างๆ[14] ควรใช้ถ่านบริสุทธิ์ ไม่ใช่ถ่านฟืนที่เป็นเชื้อเพลิงไว้ใช้เผาไฟ นำถ่านสองสามก้อนมาใส่ถาดแล้ววางไว้ตามจุดต่างๆ ในบ้าน อย่างเช่น
ตู้เสื้อผ้า
ตู้เย็นและตู้แช่แข็ง
พื้นที่ใช้สอย

7. ซื้อไม้ประดับดูดสารพิษมาปลูก. ไม้ประดับบางชนิดสามารถฟอกอากาศได้ และมันอาจช่วยควบคุมกลิ่นในบ้านได้ด้วย ไม้ประดับที่คุณสามารถปลูกไว้ในบ้านเพื่อช่วยฟอกอากาศ ได้แก่
– ต้นลิ้นมังกร
– ต้นตีนตุ๊กแกฝรั่ง
– ต้นจั๋ง
– ต้นวาสนา

ปรับอากาศให้หอมสดชื่น

1. วางแผ่นปรับผ้านุ่มไว้ในจุดที่มีกลิ่นเหม็นอับ. แผ่นปรับผ้านุ่มช่วยให้เสื้อผ้ามีกลิ่นหอม และมันก็ช่วยให้อากาศในบ้านคุณหอมขึ้นได้ด้วย[16] วิธีใช้ก็คือวางแผ่นปรับผ้านุ่มไว้ในบริเวณที่มีกลิ่นเหม็นอับ อย่างเช่น
– ตู้รองเท้า
– ถังขยะ
– ห้องใต้ดินที่ชื้นแฉะ
– บริเวณที่เคยมีรา

2. ต้มสมุนไพรหอม. เวลาคุณต้มน้ำในครัว อนุภาคของน้ำจะระเหยเป็นไอและลอยไปทั่วบ้าน คุณสามารถเปลี่ยนมันให้เป็นตัวปรับอากาศชั้นยอดได้โดยใส่สมุนไพรที่ชอบ เครื่องเทศ และเปลือกผลไม้ตระกูลส้มลงไปในหม้อ เติมน้ำ แล้วต้มให้เดือดสักสองสามชั่วโมงโดยไม่ต้องปิดฝา ส่วนผสมที่ใส่ในหม้อต้มสมุนไพรหอมได้ ได้แก่
– เปลือกเลมอน
– อบเชยแท่ง
– ออลสไปซ์
– ใบโหระพา
– ขิง
– แครนเบอร์รี่
– เปลือกส้ม
– กานพลู
– ใบกระวาน

3. ใช้ผลิตภัณฑ์ปรับอากาศที่มีขายทั่วไป. ผลิตภัณฑ์ปรับอากาศตามท้องตลาดจะออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อทำให้อากาศในบ้านคุณหอมสดชื่น มักจะประกอบด้วยสารเคมีที่ช่วยกลบกลิ่นเหม็น และน้ำหอมที่ช่วยปรับอากาศให้หอม ผลิตภัณฑ์ปรับอากาศมีหลายรูปแบบ เช่น
– สเปรย์
– เครื่องพ่น
– เจล
– แว็กซ์

4. จุดเครื่องหอม. เครื่องหอมมีรูปแบบและกลิ่นที่หลากหลาย วิธีจุดธูปหอมคือให้นำปลายด้านที่เล็กกว่าเสียบไว้กับที่เสียบ แล้วจุดปลายธูปอีกด้านจนติดไฟ จากนั้นเป่าให้ไฟดับ ขณะที่ธูปเผาไหม้มันจะเกิดควันหอมซึ่งจะทำให้บ้านคุณหอมไปด้วย
– ถ้าอยากให้กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบ้าน ให้เปิดพัดลมตั้งไว้อีกฝั่งห้องตรงข้ามกับเครื่องหอม พัดลมจะเป่าควันให้กระจายไปทั่วบ้าน แต่ไม่แรงจนขี้เถ้าคลุ้งไปด้วย
– ห้ามจุดเครื่องหอมทิ้งไว้โดยไม่คอยดู เพราะมันมีความร้อนและอาจก่อให้เกิดเพลิงไหม้ได้